วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เวิร์กชอปเกษตรกรปลูกยางพารามุกดาหาร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2552 12:50 น.
มุกดาหาร - องค์การสงเคราะห์การทำสวนยางประชุมเชิงปฏิบัติการ
เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ที่จังหวัดมุกดาหาร
เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดมุกดาหารและพัฒนาด้านยางพารา
ครบวงจร

วันนี้ (23 ก.ค.) ที่โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ นายปราณีต บุญมี
ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ
เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ด้านยางพาราครบวงจร
ซึ่งศูนย์เครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบวงจร องค์การสวนยาง
ได้จัดขึ้น และเป็นครั้งที่ 12
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ประกอบด้วย
การอภิปรายกลุ่ม
เรื่องการพัฒนาเกษตรและการสร้างเครือข่ายธุรกิจยางครบวงจร
แนวทางการจัดตั้งเครือข่ายยางพาราจังหวัดมุกดาหาร
และการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่าย หลังจากที่จังหวัดมุกดาหาร
เป็นจังหวัดหนึ่ง ใน 60 จังหวัดที่มีการปลูกยางพารา

ทั้งนี้ โดยมีเกษตรกรชาวสาวนยาง
ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรและผู้แทนจากสถาบันเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง
เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการจำนวน 450 คน

นายปัณณวิชย์ วงศ์สุวัฒน์
ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านยางพาราครบ
วงจร กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2552 องค์การสวนยาง ได้รับมอบหมายจาก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ให้ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงเครือข่าย
สถาบันเกษตรกรด้านยางพาราครบวงจร ในทุกจังหวัดที่มีการปลูกยางรวม 60
จังหวัด เกษตรกรจำนวน 20,000 คนและสร้างเครือข่ายระดับจังหวัด 60 จังหวัด

ทั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์
ระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านยางพารา สถาบันเกษตรกร และเกษตรกรชาวสวนยาง
สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านยางพารา
กับเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรด้านยางพารา
ตลอดจนสร้างเครือข่ายธุรกิจยางพาราครบวงจรร่วมกัน

สำหรับจังหวัดมุกดาหาร จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ปลูกยางพาราแล้วประมาณ 110,000 ไร่
มีพื้นที่สวนยางกรีดได้ในปี 2552 ประมาณ 32,267 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 30
ของพื้นที่ปลูกยางพารา คาดหมายว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 8,712 ตัน
ผลผลิตเฉลี่ย 270 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ณ ระดับราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม
จะสร้างรายได้เข้าจังหวัดมุกดาหารกว่า 430 ล้านบาท

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สสจ.มุกดาหาร ประชุมทีมแพทย์รับมือไข้หวัด 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2552 15:48 น.
มุกดาหาร- นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ประชุมทีมแพทย์ทุกแห่งประจำโรงพยาบาล ทั้ง 7 อำเภอในจังหวัดมุกดาหาร
รับมือการระบาดของโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่อาจจะระบาดต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

นายแพทย์สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ในฐานะมิสเตอร์ไข้หวัดใหญ่ 2009
เรียกประชุมทีมแพทย์ผู้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
จากทุกโรงพยาบาลในจังหวัดมุกดาหาร ทั้ง 7 อำเภอ
พร้อมด้วยทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT)
เพื่อมอบนโยบายและรับทราบสถานการณ์ของการระบาดในแต่ละพื้นที่
อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อม
เพื่อรับมือการระบาดของโรคที่อาจมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้เพิ่มมาตรการด้านการให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชน
มีการจัดทีมแพทย์ พยาบาล อสม.ลงพื้นที่
ให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอตั้งรับที่โรงพยาบาล
อีกทั้ง ซักซ้อมความเข้าใจในการรักษาผู้ป่วย หากพบมีไข้สูง นานเกิน 2 วัน
หรือมีประวัติเข้ากับอาการของโรค สามารถให้ยาต้านไวรัส
โอเซลทามิฟลูได้ทันที โดยไม่ต้องรอผลตรวจจากห้องแลป
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มห้องสำรองผู้ป่วย
รองรับหากมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ
เรื่องของการรักษาที่มีประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย นั้น
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ผู้ป่วยไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
2009 จะได้รับการรักษาและเบิกจ่ายได้ตามสิทธิ
เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดอื่นๆ
ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพื่อตรวจโรคจากห้องแล็บแต่อย่างใด

ส่วนปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยที่กำลังขาดตลาด
แนะนำให้ใช้ผ้านำมาเย็บเป็นหน้ากาก
ซึ่งสามารถนำไปซักแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
และยังสามารถป้องกันเชื้อโรค ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ยังกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสุขภาพในช่วงฤดูฝน ว่า
ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย หากมีอาการ ไข้ ไอ ตัวร้อน
นานเกิน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์ทันที

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ป่าไม้มุกดาหารกวาดล้างผู้ลักลอบขายกล้วยไม้ป่าที่ตลาดอินโดจีน

มุกดาหาร - ป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร
กวาดล้างผู้ลักลอบจำหน่ายกล้วยไม้ป่าที่ตลาดอินโดจีน
ได้ของกลางกล้วยไม้ป่ากว่า 500 กอ
ส่วนผู้กระทำผิดไหวตัวหลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 ก.ค.) นายรุ่งโรจน์ จำนงค์วัฒน์
หัวหน้าศูนย์ประสานงานป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร
ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานป่าไม้จังหวัดมุกดาหารประสานงานกับ
กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หน่วยประสานงานป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร
เข้าจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายกล้วยไม้ป่าผิดกฎหมาย
ที่ตลาดอินโดจีนริมฝั่งแม่น้ำโขง
ที่มีการวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ตลาดอินโด
จีน

หลังจากได้สืบทราบได้รับรายงานจากประชาชนว่ามีการนำกล้วยไม้ป่ามาวาง
จำหน่ายที่ให้นักท่องเที่ยวบนฟุตปาธบริเวณตลาดอินโดจีน
ซึ่งจากการเข้าจับกุมครั้งนี้ปรากฏว่า
ผู้ลักลอบจำหน่ายได้ไหวตัวหลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมทิ้งไว้แต่ของ
กลาง กล้วยไม้ป่าที่ไม่สามารถขนย้ายได้ทัน ไว้ที่วางจำหน่ายบนทางเท้า
เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี
พ.ศ.2484 และนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ก่อนส่งคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

นายรุ่งโรจน์ จำนงวัฒน์ กล่าวว่า กล้วย
ไม้ป่าทั้งหมดที่จับกุมได้ครั้งนี้
เป็นกล้วยไม้ป่าที่นำมาจากป่าสงวนแห่งชาติ
และอุทยานแห่งชาติจังหวัดมุกดาหาร และลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
และมีการลักลอบวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่ตลาดอินโดจีน
เป็นประจำแม้เจ้าหน้าที่ได้มีการกวาดขัน จับกุมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เนื่องจากให้ผลตอบแทนดีและเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะได้มีการกวดขันอย่างต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ เพื่อรักษาระบบนิเวทศ์วิทยาและทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้ถูกทำลาย
โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่าซึ่งเป็นพืชหวงห้าม และหายาก
ไม่ให้หมดไปจากประเทศไทยต่อไป

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000080166

สาธารณสุขมุกดาหารเปิดคลินิกเด็กดี

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by เดลินิวส์
นาย แพทย์สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวว่า ปัจจุบันพัฒนาการของเด็กไทย โดยเฉพาะความฉลาดทางสติปัญญา หรือ
อีคิว มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากขาดสารอาหาร การเลี้ยงดูบุตรของผู้เป็นแม่
ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงคลอดยังไม่ถูกต้อง จึงส่งผลต่อสติปัญญาของเด็ก
ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ทั้งนี้จากการที่กระทรวงสาธารณสุข
ได้กำหนดเป้าหมายดูแลเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 5
ขวบมีพัฒนาการที่สมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 นั้น
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวต่อว่า
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารจึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลมุกดาหาร
โรงพยาบาลชุมชน และสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งจัดโครงการคลินิกเด็กดี
ตามโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร ในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งขึ้น
เพื่อพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ
ได้มีการเลี้ยงดูและพัฒนาการสมกับวัย ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์
สังคมและสติปัญญา
รวมไปถึงการส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6
เดือนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ลูก
เนื่องจากในน้ำนมแม่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจและโรคทาง
เดินอาหารได้เป็นอย่างดี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคลินิกเด็กดี โรงพยาบาลมุกดาหาร
ได้เปิดให้บริการแล้ว ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 13.00 น.
เป็นต้นไป

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กวดวิชา-ร้านเกมในมุกดาหารรับมติ ครม.ป้องกันไข้หวัด 2009 ระบาด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2552 17:05 น.
มุกดาหาร - สถาบันกวดวิชาและร้านเกม อินเทอร์เน็ต
ในจังหวัดมุกดาหาร ให้ความร่วมมือป้องกันไข้หวัด 2009 ภายหลัง
ครม.มีมติให้ปิดการเรียนการสอนและคุมเข้มเรื่องความสะอาดเป็นเวลา 15 วัน
ขณะที่ยอดผู้ป่วยไข้หวัด 2009 จังหวัดมุกดาหาร เพิ่มอีก 4 ราย

จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมาตรการสกัดกั้น
การแพร่ระบาดหวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยให้ โรงเรียนกวดวิชาทั่วประเทศ
ทำการปิดการเรียนการสอน เป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13-28
กรกฎาคม 2552 ส่วนร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต
ขอความร่วมมือในการช่วยกันป้องกันการแพร่ ระบาดของไข้หวัดใหญ่
สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น

นางสาวพัชนี สภา รักษาราชการวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
ขณะนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร
ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต
ทั้งในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารและตามอำเภอต่างๆ
ให้ร่วมกันคัดกรองผู้เข้าไปใช้บริการ พร้อมรักษาความสะอาดอุปกรณ์
วัสดุคอมพิวเตอร์ภายในร้าน รวมทั้งติดป้ายประกาศ หากใครเป็นไข้หวัด
งดให้บริการ ที่หน้าร้าน
ติดป้ายประกาศวิธีการป้องกันและอาการของไข้หวัด2009

ส่วนพนักงานที่ให้บริการในร้านเกม หากรู้ตัวว่า
ป่วยควรงดทำหน้าที่ พักผ่อนอยู่ที่บ้าน และตั้งแต่วันจันทร์ (13 ก.ค.)
เป็นต้นไป จะได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามและขอความร่วมมือร้านเกม
ร้านอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง

ส่วน โรงเรียนกวดวิชามุกบัณฑิต และสถาบันกวดวิชารายย่อยอื่น ๆ
ก็ปฏิบัติตามมติ ครม.อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของไข้หวัด
2009

ด้านยอดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร นายแพทย์สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ได้รับรายงานข้อมูล ณ วันที่
13 กรกฎาคม 2552 จากทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT)
ระบุมีผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ H1N1 ซึ่งส่งผลตรวจมาจาก
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดอุบลราชธานี ว่ามีผลเป็นบวก
เพิ่มอีกจำนวน 4 ราย โดย 2 รายแรก
เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรี

ส่วนอีก 2 ราย พบ เกิดจากการใกล้ชิดและสัมผัสกับผู้ป่วยในพื้นที่
ทำให้จนถึงขณะนี้จังหวัดมุกดาหารมียอดผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 สะสมรวมทั้งสิ้น 14 ราย แยกเป็น อำเภอ ดอนตาล 2 ราย อำเภอคำชะอี 5
ราย อำเภอหนองสูง 3 ราย และในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร 4 ราย

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มุกดาหารจัดแข่งวิทยุการบิน สพฐ.มินิวอลเลย์บอล ชิงถ้วยพระราชทาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2552 13:13 น.
มุกดาหาร-จังหวัด มุกดาหาร ร่วมกับวิทยุการบิน
และสพฐ.จัดแข่งขันวิทยุการบิน สพฐ. มินิวอลเลย์บอล ชิงถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2552
รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 11 จังหวัด

ที่โรงยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดมุกดาหารโดยชมรมวอลเลย์บอลจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับบริษัท
วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือ สพฐ. จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลระดับประถมศึกษา อายุ 12 ปี
ประเภททีมชายและทีมหญิง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี และจัดการแข่งขัน สพฐ.-สุพรีมวอลเลย์บอลเซอร์กิต
รุ่นอายุ 14 ปี ประเภททีมชายและทีมหญิง
ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ทั้งนี้ เพื่อคัดเลือกทีมที่ชนะเลิศเป็นตัวแทนระดับภาค
เข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย
ที่จะทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 1-5 กันยายน 2552 ณ
ศูนย์การค้าแฟชั่นไอซ์แลนด์ รวมอินทรา กรุงเทพมหานคร

นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมุกดาหาร
ประธานชมรมย์วอลเลย์บอล ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า
การแข่งขันครั้งนี้มีทีมวอลเลย์บอลรุ่นอายุ 12 ปี และ 14 ปี
จากจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น
นครพนม มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู
และจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมแข่งขันจังหวัดละ 4 ทีม รวม 44 ทีม
มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน

การแข่งขันแต่ละประเภทแบ่งออกเป็น 3 สาย
เริ่มการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 10-15 กรกฎาคม 2552 ณ
โรงยิมเนเซี่ยมสนามกีฬากลางจังหวัดและสนามแข่งขันโรงเรียนมุกดาหาร
จึงขอเชิญชวนประชาชนจังหวัดมุกดาหาร
ไปชมและเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ทั่วกัน

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทศบาลเมืองมุกดาหารจัดงานแห่เทียนเข้าพรรษา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 22:07 น.
มุกดาหาร-เทศบาล เมืองมุกดาหารจัดงานแห่เทียนพรรษา
สืบสานวัฒนธรรมและจรรโลงไว้ซึ่งบวรพุทธศานา ก่อนนำไปถวายพระภิกษุสามเณร
ที่จำพรรษาตามวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองมุกดหาร

นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์ นายกเทศมนตรี เมืองมุกดาหาร กล่าวว่า
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ของทุกปี เทศบาลเมืองมุกดาหาร
ได้จัดให้มีงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ของประชาชนชุมชนต่าง ๆ
ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของชาวพุทธ
และจรรโลงไว้ ซึ่งบวรพระพุทธศาสนา เมื่อถึงช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
พุทธศาสนิกชน จะได้ร่วมกันถวายผ้าอาบน้ำฝน และเทียนพรรษา ให้กับพระภิกษุ

ซึ่งจำพรรษาตามวัดต่าง ๆ เพื่อใช้ในกิจของสงฆ์ ช่วง 3
เดือนของการเข้าพรรา และใช้ส่องสว่างในการศึกษาพระธรรมวินัย สำหรับปีนี้
เทศบาลเมืองมุกดาหาร จัดขึ้น ในวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา
โดยพุทธศาสนิกชน จากชุมชนต่าง ๆ ได้นำขบวนรถต้นเทียน ที่มีการตกแต่ง
ประดับประดาสวยงาม มาร่วมขบวนแห่ จากหน้าโรงเรียนมุกดาลัย
ไปยังสวนสวนสาธารณเฉลิมพระเกียรติกาญจนภิเษกเทศบาลเมืองมุกดาหาร
ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ก่อนที่จะนำผ้าอาบน้ำฝนและเทียนพรรษา
ไปถวายพระภิกษุสามเณร ที่จำพรรษาในวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารกล่าวว่า นอกจากการจัดขบวนแห่เทียนพรรษา
เทศบาลยังจัดให้มีการประกวดขบวนแห่เทียนพรรษาที่มีความคิดสร้างสรรค์
สวยงาม และความพร้อมเพรียงของชุมชน ชิงเงินรางวัลด้วย โดยรางวัลที่ 1
เงิน 10,000 บาท รางวัลที่ 2 เงิน 7,000 บาท และรางวัลที่ 3 เงิน 5,000
บาท เพื่อรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและชาวพุทธที่สืบ
ทอด และจรรโลงไว้ซึ่งบวรพระพุทธศาสนาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
ให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อไป ตลอดจนสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทบ.เมืองมุกดาหารระดมพลล้างท่าเทียบเรือสกัดหวัดใหญ่ 09

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 กรกฎาคม 2552 10:33 น.
มุกดาหาร - กอง สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมุกดาหาร
ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จาก 33 ชุมชน รณรงค์ทำความสะอาดบริเวณท่าเทียบเรือ
ท่าข้าม ตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร
ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าข้าม
ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์
นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร นำเจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
พนักงานเทศบาล อสม. กรรมการชุมชน จากทั้ง 33 ชุมชน
ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกันรณรงค์ทำความสะอาดบริเวณท่าเทียบเรือ
ท่าข้าม และตลาดอินโดจีน
ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการเดินทางเข้า-ออกของประชาชนทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009

นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า
สำหรับการรณรงค์ร่วมกันทำความสะอาดในครั้งนี้
เพื่อเป็นการลดอัตราการป่วยตาย ลดอัตราการแพร่ระบาดของโรค
และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด
ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่อาจจะเกิดขึ้นภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

นอกจากจะร่วมกันทำความสะอาดครั้งใหญ่แล้วยังจากหน้ากากอนามัยให้กับ
เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรคดัง
กล่าวด้วย

ในการรณรงค์ทำความสะอาดดังกล่าว
เทศบาลเมืองมุกดาหารได้กำหนดแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทาง
เข้า-ออกภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ติวเข้ม อสม.33 ชุมชนมุกดาหารสกัดหวัด 2009 ระบาด

มุกดาหาร - เทศบาลเมืองมุกดาหาร ผนึกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
วางมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในพื้นที่
จัดติวเข้มเจ้าหน้าที่อสม.ของเทศบาล ทั้ง 33 ชุมชน รณรงค์ป้องกัน
ล่าสุดในพื้นที่จ.มุกดาหารยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

วันนี้ (23 มิ.ย.) ที่บริเวณศาลาเรารักมุกดาหาร ตลาดอินโดจีน
อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์
นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า เทศบาลเมืองมุกดาหารได้ ร่วมกับ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติการรณรงค์ไข้หวัดใหญ่ 2009
ให้กับ อสม.ในเขตเทศบาลทั้ง 33 ชุมชน ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร
โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความรู้แก่ อสม.ที่เข้าร่วมอบรม
การป้องกันรณรงค์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

โดยให้ความรู้ในการทำความสะอาดในบริเวณตลาด หรือ ถนน, ฟุตปาท,
วัด, โรงเรียน, สวนสาธารณะ, สถานที่ราชการ, ชุมชนต่างๆ
เพื่อเป็นการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
รวมทั้งดำเนินการในการทำความสะอาดริมแม่น้ำ ลำคลอง
ทางระบายน้ำสาธารณะต่างๆ และเก็บเศษไม้ เศษขยะ
หรือสิ่งของที่ทำให้เกิดการกีดขวางการไหลของน้ำ
เพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมือง
การรณรงค์ทำความสะอาดเบื้องต้นทางเทศบาลเมืองมุกดาหาร
ทำการขัดพื้นให้สะอาดก่อนลงน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในบริเวณตลาด

ทั้งนี้ การรณรงค์ในการทำความสะอาดป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ได้รับความร่วมมือจาก อสม.ทั้ง 33
ชุมชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมเข้าอบรม จำนวน 200 คน
ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสถานที่ต่างๆ
มีความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงาม ถูกสุขอนามัย ในขณะที่จังหวัดมุกดาหาร
ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดมุกดาหาร
แต่อย่างใด

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

จ.มุกดาหาร ติวเข้ม อสม. รณรงค์ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
เทศบาล เมืองมุกดาหาร ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ให้ความรู้ อสม. ทั้ง 33 ชุมชน ในเขตเทศบาล
รณรงค์ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์
นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า เทศบาลเมืองมุกดาหาร
โดยความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ปฏิบัติการรณรงค์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้กับ อสม.
ในเขตเทศบาลทั้ง 33 ชุมชน จำนวน 200 คน
ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความรู้แก่ อสม.
ในการป้องกันรณรงค์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ทั้งการทำความสะอาดในบริเวณตลาด ถนน ทางเท้า วัด โรงเรียน สวนสาธารณะ
สถานที่ราชการ ตลอดจนชุมชนต่างๆ เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 รวมทั้งดำเนินการในการทำความสะอาดริมแม่น้ำ ลำคลอง
ทางระบายน้ำสาธารณะ และเก็บเศษไม้
เศษขยะหรือสิ่งของที่เป็นการกีดขวางการไหลของน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขต
เทศบาลเมือง นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า
โครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสถานที่ต่างๆ
มีความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม ถูกสุขอนามัย ทั้งนี้
ในจังหวัดมุกดาหาร ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่อย่างใด

สาธารณสุขและโรงพยาบาลมุกดาหาร มุ่งสู่โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับทอง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ประชาทรรศน์
นพ. สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายดูแลเด็กปฐมวัย อายุ 0-5 ปี
ให้มีพัฒนาการสมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ซึ่งผลการดำเนินงาน จ.มุกดาหาร
ปี 2551 พบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ 99.2
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารได้เน้นให้โรงพยาบาลทุกแห่งผ่านเกณฑ์
มาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัย
วางรากฐานพัฒนาสมองและการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิด
โดยเชื่อว่าลูกเป็นสุดยอดความรัก ความห่วงใย สายใยรักแห่งครอบครัว
ซึ่งพ่อแม่ทุกคนหวังให้ลูกเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข
โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวมุ่งหวังให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูให้มีพัฒนาการ
สมวัย ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
ปัจจุบันพัฒนาการของเด็กไทยโดยเฉพาะความฉลาดทางสติปัญญา(IQ)
มีแนวโน้มลดลง ที่ส่งผลต่อสติปัญญาเด็กได้แก่ภาวะขาดสารอาหาร เช่น
ขาดธาตุไอโดดีน โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของหญิงตั้งครรภ์
การขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม
โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมและการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
ด้วยการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรผู้ให้บริการ
พัฒนาคุณภาพระบบบริการให้ได้มาตรฐาน นพ.สุธีพิสิฐพยัต
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เปิดเผยว่า
หลังจากที่โรงพยาบาลมุกดาหารได้ผ่านการประเมินคุณภาพมาตรฐานงานอนามัยแม่และ
เด็กระดับเงินแล้วโรงพยาบาลมุกดาหารได้พัฒนาระบบส่วนที่ขาดและมีการเชื่อม
โยงโครงการสู่ชุมชน โดยให้ชุมชนมีชมรมอาสาสมัครนมแม่
ซึ่งสนับสนุนให้หญิงหลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จครบ 6 เดือน
โครงการนี้ได้บูรณาการและส่งเสริมความเข้มแข็งระบบบริการอนามัยแม่และเด็กใน
สถานบริการ ครอบครัวและชุมชน
และมีการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้ให้บริการโดยจัดอบรมเพิ่มพูนทักษะทางด้าน
อนามัยแม่และเด็กแก่เจ้าหน้าที่งานห้องคลอด งานฝากครรภ์ งานที่เกี่ยวข้อง
เช่นการช่วยฟื้นคืนชีพมารดาและทารก
จัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดและพัฒนาระบบเฝ้าระวัง
และเครื่องมือในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการคลอดก่อนกำหนดสู่การ
ปฏิบัติในสถานีอนามัยและโรงพยาบาลทุกแห่ง นพ.สุธี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า
การพัฒนาคุณภาพบริการตามเกณฑ์โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวส่งผลให้ผู้มา
รับบริการ ได้รับบริการที่ดีมีมาตรฐานอันส่งผลให้แม่-ลูกเกิดรอดปลอดภัยจากการตั้ง
ครรภ์ และการคลอดลูกได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตและมีการพัฒนาสมวัยมากที่สุด
Add starShareShare with noteEmail

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มุกดาหารซ้อมแผนรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2552 00:15 น.
มุกดาหาร-สาธารณ สุขมุกดาหารซ้อมแผนรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่
แบบปฏิบัติการจริง มุ่งสร้างมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค
สอบสวนโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วย
และประชาชนเกิดความมั่นใจ

วันที่ 19 มิ.ย.นายสุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า การระบาดของโรคไข้หวัด
ใหญ่สายพันธุใหม่ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น1) ในทุกทวีปรวมทั้งประเทศไทย
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศระบาดของโรคเป็นการระบาดระยะที่ 6
ซึ่งเป็นการระบาดระดับสูงสุด ในวันที่ 19 มิถุนายน 2552
พบผู้ป่วยทั่วโลกแล้ว 40,826 ราย ใน 76 ประเทศ ประเทศที่พบล่าสุด
คือประเทศลาว และแอฟริกาใต้ ประเทศละ 1 ราย

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12
มิถุนายน 2552 จนถึง วันที่ 18 มิถุนายน 2552 พบผู้ป่วยรวม 518 ใน 18
จังหวัด ส่วนใหญ่พบการระบาดในโรงเรียน และมหาวิทยาลัย จำนวน 73 โรงเรียน
มหาวิทยาลัย 9 แห่ง ส่วนในจังหวัดมุกดาหาร
ยังไม่พบผู้ป่วยหรือผู้สงสัยแต่อย่างไร

นายสุใหญ่ กล่าวต่อว่า จังหวัดมุกดาหาร
ได้มีการเตรียมความพร้อมรับการระบาดของโรคทั้งโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิดเอ (เอช1 เอ็น 1) และโรคไข้หวัดนก
ทั้งในระดับจังหวัดและระหว่างประเทศ
มีการซ้อมแผนเตรียมความพร้อมรับการระบาดของโรคทั้งในระดับโรงพยาบาล
และระหว่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง
เตรียมความพร้อมบุคลากรด้วนการดูแลรักษา เตรียมสถานที่ห้องแยก
วัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ยา การเฝ้าระวังโรค ให้ความรู้กลุ่ม อสม. ประชาชน
มาอย่างต่อเนื่อง

มีทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อให้การเตรียมคตวามพร้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มีการฝึกปฏิบัติการจริง ซักซ้อมความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติในแต่ละระดับ
ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย โรงพยาบาลมุกดาหาร
ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมุกดาหาร และโรงพยาบาลทุกแห่ง
ซึ่งเป็นการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชน และด่านควบคุมโรคฯ
เพื่อรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

การซ้อมแผนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหัวหน้าส่วน
ราชการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แพทย์ พยาบาล
ทีมสอบสวนโรคและผู้เกี่ยวข้อง เป็นอย่างดี หลังการฝึกซ้อมครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับสามารถปฏิบัติงานในการป้องกัน ควบคุมโรค
สอบสวนโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วย
และประชาชนเกิดความมั่นใจ

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เปิดแล้วเส้นทางขนส่งสินค้าไทย-ลาว-เวียดนามมั่นใจแก้ผลไม้ไทยล้นตลาดมุ่งระบายตลาดจีน

มุกดาหาร-เจ้ากระทรวงคมนาคมไทยย้ำ ไทย-ลาว-เวียดนาม
จะได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างมากหลังเปิดใช้เส้นทางรถบรรทุกเพื่อขนส่ง
สินค้าผ่านแดนระหว่างประเทศ
ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าทั้งลดต้นทุนขนส่งและประหยัดเวลา
ขณะที่ภาคเอกชนมั่นใจผลไม้ไทยระบายเข้าตลาดจีนได้ง่าย
แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด

วันนี้ (11 มิ.ย.) ที่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร
สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2-สะหวันนะเขต คณะผู้แทนไทยและจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศ ไทย-ลาว-เวียดนาม
โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย
โดยในเวลาและวันเดียวกันนี้ได้มี พิธีเปิดพร้อมกันอีก 2จุด คือ
ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว และด่านพรมแดนลาวบาว
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า
การเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คือไทย
ลาว เวียดนาม กัมพูชาและพม่า ได้บรรลุข้อตกลงที่ว่าด้วยการอำนวยความสะดวก
ในการขนส่งสินค้า ใน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
ซึ่งถือเป็นการนำร่องที่ทั้ง 3
ประเทศจะได้รับประโยชน์ในการขนส่งสินค้าผ่านแดน โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนรถ
ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก

"การเปิดเดินรถในครั้งนี้
จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าไทย ไปยังเวียดนาม
โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง
และจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิจภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต"

ขณะที่ นายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งได้มีการเปิดใช้เส้นทางระหว่างกันแล้ว
รถบรรทุกที่จะขนส่งสินค้าผ่านแดน จะต้องแสดงรายการสินค้า
แสดงรายการตู้คอนเทนเนอร์ และแสดงเอกสารค้ำประกันรถให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางรถบรรทุกระหว่างประเทศ
ไทย-ลาว-เวียดนามตามเส้นทางดังกล่าว ทั้ง 3
ฝ่ายเห็นชอบให้มีการเดินรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเทศละ 400 คัน
โดยจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการจัดสรรจำนวน 9 คัน โดยผู้ได้รับสัมปทานคือ
บริษัทบุญรักษาขนส่ง

การเปิดใช้เส้นทางนี้ นายอาชว์กล่าวว่า จะได้ผลประโยชน์ในหลายทาง
ทั้ง สินค้าทางเกษตร และสินค้าที่ไทยจะส่งไปประเทศจีน -เวียดนาม
และเปิดเส้นทางรถประจำทางระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการเปิดเส้นทางขนส่ง
ซึ่งเป็นผลประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดมุกดาหารอย่างเดียว
และจะได้รับผลประโยชน์ทั่วทั้งภาคอีสานและภาคตะวันออก
ที่มีสินค้าผลไม้ก็จะได้ส่งสินค้าผ่านเส้นทางนี้ได้
เกษตรกรที่เป็นชาวสวนจะมีผลประโยชน์มากในเส้นทางนี้ที่จะขนถ่ายสินค้าไป
ประเทศจีน...

สำหรับเส้นทางเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว
และเวียดนาม เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ที่
ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
ตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EAST- WEST ECONOMIC CORRIDOR)

ดังนั้น จึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก
ในการขนส่งสินค้า ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
และจุดผ่านแดนสะหวัน-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550
และกำหนดให้มีพิธีเปิดใช้เส้นทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11
มิถุนายน 2552 ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันวันเดียว ทั้ง 3 จุด

ชี้กว่า2ปีเปิดใช้สะพานโขง2ส่งออกยังนิ่งเอกชนเสนอผุดถนนเชื่อมมุกดาหาร-แหลมฉบังเอื้อขนส่ง

มุกดาหาร - รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีชี้กว่า 2 ปีเปิดใช้สะพานโขง 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต การส่งออกสินค้าเข้าเวียดนาม-ตอนใต้ของจีนไม่คืบ
เพราะขาดการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อหลังศูนย์ ONE STOP
SERVICEแล้วเสร็จการเชื่อมโยงเส้นทางส่งออก-ท่องเที่ยวสู่อินโดจีนฉลุย
ขณะที่ภาคเอกชนเสนอรัฐบาลลงทุนเชื่อมโครงข่ายถนนมุกดาหารทะลุแหลมฉบัง
หวังระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดภาคตะวันออก-ภาคใต้

เมื่อเร็วๆ นี้ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจราชการที่จังหวัดมุกดาหาร
และติดตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรมุกดาหารแห่งใหม่ โดยมีนายประเวช
สุขพอดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ
ภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
และบรรยายสรุปภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร
โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
มีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือสะพานการค้า การท่องเที่ยวสู่อินโดจีน

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
เส้นทางที่เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ EAST WEST
ECONOMIC CORRIDOR (EWEC) ถือเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมไปสู่ถนนหมายเลข
9 ในลาว ซึ่งเป็นแลนด์ลิงก์สำคัญของภูมิภาค
เชื่อมต่อไปยังเมืองเว้และดานัง ของเวียดนามได้สะดวก
อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางตอนเหนือของเวียดนามเพื่อเข้าสู่ทาง
ตอนใต้ของประเทศจีน คือมณฑลกวางสีไปยังเมืองหนานหนิง

เชื่อว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมการขนส่ง
สินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ที่มาจากภาคตะวันออก คือจังหวัดจันทบุรี
ตราด รวมไปถึงข้าว ยางพารา ลิ้นจี่และลำไย จากภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ไปยังลาว เวียดนาม
และจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก เพราะใช้เวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 36
ชั่วโมง หรือประมาณ 1,200 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ปัญหาที่พบขณะนี้คือการใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต แม้จะเปิดใช้มาได้กว่า 2 ปีแล้ว
แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ ณ
จุดเดียว หรือ ONE STOP SERVICE เช่น การตรวจสินค้า ด่านกักสัตว์
ด่านตรวจพืช การตรวจคนเข้าเมือง
ซึ่งยังเป็นปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกและการท่องเที่ยวตามเส้นทาง EWEC

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญและจะเร่งผลักดันให้มีการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่ง
ใหม่และศูนย์ราชการการค้าชายแดนให้บริการอยู่ ณ จุดเดียว
ที่จังหวัดมุกดาหาร อีกทั้งที่ผ่านมา
ภาคเอกชนมุกดาหารเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญจังหวัดมุกดาหาร
โดยต้องการเร่งผลักดันให้เป็นเมืองหน้าด่านในการส่งออกสินค้า
ด้วยการสร้างถนนเชื่อมต่อ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาค
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของไทยเป็นอย่างมาก

เอกชนเสนอเชื่อมถนนมุกดาหาร-แหลมฉบัง

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางตรวจราชการของ
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะครั้งนี้
ได้จัดให้มีการพบปะกับภาคเอกชนจังหวัดมุกดาหารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็น
ปัญหาต่างๆอีกด้วย
โดยภาคเอกชนได้เน้นย้ำในประเด็นการผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้า
ด่านด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ด้วยการก่อสร้างถนนเชื่อมโยง ระหว่าง
มุกดาหาร ยโสธร นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร แหลมฉบัง ระยะทางประมาณ 680
กิโลเมตร ซึ่งหากสามารถทำได้จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกสินค้าทางการเกษตรในอนาคตอย่าง
ยั่งยืน

ด้านนายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
หากรัฐให้การส่งเสริมในการสร้างถนนเชื่อมต่อโครงข่ายดังกล่าว
จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี
และจังหวัดภาคใต้จะได้ใช้เส้นทางในการระบายผลผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี
สร้างระบบการหมุนเวียนสินค้าระหว่างประเทศ เช่นภาคกลางส่งผลไม้
ภาคอีสานส่งข้าวไปขายที่ภาคใต้ ภาคใต้ส่งผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่จีน
ส่งผลให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้
โดยที่รัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีรับจำนำหรือประกันราคาสินค้าทางการเกษตรอีกต่อ
ไป

ขณะที่นายชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างเส้นทางดังกล่าวหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ
ประเทศไทยจะมีตลาดส่งออกผลผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่มาก
ทั้งจีนและเวียดนาม
และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างภาคต่าง ๆ
เพื่อให้มีการหมุนเวียนซื้อหากันภายในประเทศได้อีกด้วย

อย่าง ไรก็ตามกรณีการแก้ปัญหาผลผลิตสินค้าทางการเกษตรล้นตลาดนั้น
นางอัญชลี ชี้แจงว่า เป็นความพยายามของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี
ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอด
นอกจากการรับจำนำ การประกันราคาสินค้าทางการเกษตรแล้ว
การหาตลาดเพื่อการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
และการสนับสนุนเรื่องการขนส่งเพื่อก่อให้เกิดความสะดวกอย่างครบวงจรก็เป็น
เรื่องที่ต้องนำเสนอประกอบการพิจารณาของรัฐบาลต่อไป

ไทย - ลาว - เวียดนาม เปิดเดินรถขนส่ง สู่เส้นทางระเบียงศก.ตะวันออก - ตะวันตก

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน


มุกดาหาร -คณะผู้แทนไทย ร่วมเปิดการเดินรถบรรทุก ไทย-ลาว-เวียดนาม
เริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ
จุดผ่านแดน มุกดาหาร-สะหวันนะเขต และจุดผ่านแดน สะหวันนะเขต-ลาวบาว
โดยกำหนดพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่าง ไทย-ลาว-เวียดนาม พร้อมกันทั้ง 3
ประเทศ

รายงานข่าวแจ้งว่าในวันนี้(11 มิ.ย.) เวลา 09.00
น.คณะผู้แทนไทยและจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศ ไทย-ลาว-เวียดนาม
โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย
โดยได้มีการกำหนดขั้นตอน กิจกรรม ตลอดจนพิธีการต่าง ๆ ในพิธี เปิด
ซึ่งกำหนดในวันเดียวกัน ทั้ง 3 จุด คือที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร
สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และด่านพรมแดนลาวบาว
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยจะมีพิธีเปิดหลัก อยู่ ณ
ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้ง 3
ประเทศ ร่วมพิธีเปิด

นางพนอม พวงสมบัติ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
การเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB
ที่ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้น
จึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก
ในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550

นายไพศาล ชื่นจิต นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า
สำหรับพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ ที่มีขึ้นในวันที่ 11
มิถุนายน 2552 ณ ด่านพรมแดนจังหวัดมุกดาหาร นั้น ในพิธีการ
รถบรรทุกของประเทศไทย จะเดินทางไปยังแขวงสะหวันนะเขต
ขณะเดียวกันประเทศไทยจะรอรับรถบรรทุกจากประเทศเวียดนามและสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า
การเปิดเดินรถขนส่ง ระหว่าง ไทย - ลาว - เวียดนาม
ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจ ตะวันออก - ตะวันตก
ทั้งสามฝ่ายเห็นชอบให้มีการเดินรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเทศ ละ400 คัน
ซึ่งการเปิดเดินรถในครั้งนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าไทย
ไปยังเวียดนาม โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง
และจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิจภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (
GREATER MEKONG SUBREGION: GMS ) ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไทย-ลาว-เวียดนาม เปิดเดินรถขนส่งสู่เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก

มุกดาหาร-คณะผู้แทนไทย ร่วมเปิดการเดินรถบรรทุก ไทย-ลาว-เวียดนาม
เริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ
จุดผ่านแดน มุกดาหาร-สะหวันนะเขต และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว
โดยกำหนดพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม พร้อมกันทั้ง 3
ประเทศ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.) เวลา 09.00 น.
คณะผู้แทนไทยและจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศไทย-ลาว-เวียดนาม โดยมี
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย
โดยได้มีการกำหนดขั้นตอน กิจกรรม ตลอดจนพิธีการต่างๆ ในพิธีเปิด
ซึ่งกำหนดในวันเดียวกัน ทั้ง 3 จุด คือที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร
สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และด่านพรมแดนลาวบาว
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยจะมีพิธีเปิดหลักอยู่ ณ
ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้ง 3
ประเทศร่วมพิธีเปิด

นางพนอม พวงสมบัติ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
การเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB
ที่ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
ดังนั้นจึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวย
ความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา

ด้าน นายไพศาล ชื่นจิต นายด่านศุลกากรมุกดาหารกล่าวว่า
สำหรับพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ ที่มีขึ้นในวันที่ 11
มิถุนายน 2552 ณ ด่านพรมแดนจังหวัดมุกดาหาร นั้น ในพิธีการ
รถบรรทุกของประเทศไทย จะเดินทางไปยังแขวงสะหวันนะเขต
ขณะเดียวกันประเทศไทยจะรอรับรถบรรทุก
จากประเทศเวียดนามและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า
การเปิดเดินรถขนส่ง ระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม
ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจ ตะวันออก- ตะวันตก
ทั้งสามฝ่ายเห็นชอบให้มีการเดินรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเทศละ 400 คัน

การเปิดเดินรถในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าไทยไป
ยังเวียดนาม โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง
และจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิจภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
(GREATER MEKONG SUbREGION : GMS) ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต

ชี้กว่า2ปีเปิดใช้สะพานโขง2ส่งออกนิ่งเหตุขาดสิ่งอำนวยสะดวก เอกชนเสนอสร้างถนนเชื่อมมุกดาหาร-แหลมฉบังเอื้อการขนส่ง

มุกดาหาร - รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีชี้กว่า 2 ปีเปิดใช้สะพานโขง 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต การส่งออกสินค้าเข้าเวียดนาม-ตอนใต้ของจีนไม่คืบ
เพราะขาดการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อหลังศูนย์ ONE STOP
SERVICEแล้วเสร็จการเชื่อมโยงเส้นทางส่งออก-ท่องเที่ยวสู่อินโดจีนฉลุย
ขณะที่ภาคเอกชนเสนอรัฐบาลลงทุนเชื่อมโครงข่ายถนนมุกดาหารทะลุแหลมฉบัง
หวังระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดภาคตะวันออก-ภาคใต้

เมื่อเร็วๆ นี้ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจราชการที่จังหวัดมุกดาหาร
และติดตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรมุกดาหารแห่งใหม่ โดยมีนายประเวช
สุขพอดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ
ภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
และบรรยายสรุปภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร
โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
มีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือสะพานการค้า การท่องเที่ยวสู่อินโดจีน

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
เส้นทางที่เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ EAST WEST
ECONOMIC CORRIDOR (EWEC) ถือเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมไปสู่ถนนหมายเลข
9 ในลาว ซึ่งเป็นแลนด์ลิงก์สำคัญของภูมิภาค
เชื่อมต่อไปยังเมืองเว้และดานัง ของเวียดนามได้สะดวก
อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางตอนเหนือของเวียดนามเพื่อเข้าสู่ทาง
ตอนใต้ของประเทศจีน คือมณฑลกวางสีไปยังเมืองหนานหนิง

เชื่อว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมการขนส่ง
สินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ที่มาจากภาคตะวันออก คือจังหวัดจันทบุรี
ตราด รวมไปถึงข้าว ยางพารา ลิ้นจี่และลำไย จากภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ไปยังลาว เวียดนาม
และจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก เพราะใช้เวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 36
ชั่วโมง หรือประมาณ 1,200 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ปัญหาที่พบขณะนี้คือการใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต แม้จะเปิดใช้มาได้กว่า 2 ปีแล้ว
แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ ณ
จุดเดียว หรือ ONE STOP SERVICE เช่น การตรวจสินค้า ด่านกักสัตว์
ด่านตรวจพืช การตรวจคนเข้าเมือง
ซึ่งยังเป็นปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกและการท่องเที่ยวตามเส้นทาง EWEC

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญและจะเร่งผลักดันให้มีการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่ง
ใหม่และศูนย์ราชการการค้าชายแดนให้บริการอยู่ ณ จุดเดียว
ที่จังหวัดมุกดาหาร อีกทั้งที่ผ่านมา
ภาคเอกชนมุกดาหารเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญจังหวัดมุกดาหาร
โดยต้องการเร่งผลักดันให้เป็นเมืองหน้าด่านในการส่งออกสินค้า
ด้วยการสร้างถนนเชื่อมต่อ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาค
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของไทยเป็นอย่างมาก

เอกชนเสนอเชื่อมถนนมุกดาหาร-แหลมฉบัง

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางตรวจราชการของ
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะครั้งนี้
ได้จัดให้มีการพบปะกับภาคเอกชนจังหวัดมุกดาหารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็น
ปัญหาต่างๆอีกด้วย
โดยภาคเอกชนได้เน้นย้ำในประเด็นการผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้า
ด่านด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ด้วยการก่อสร้างถนนเชื่อมโยง ระหว่าง
มุกดาหาร ยโสธร นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร แหลมฉบัง ระยะทางประมาณ 680
กิโลเมตร ซึ่งหากสามารถทำได้จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกสินค้าทางการเกษตรในอนาคตอย่าง
ยั่งยืน

ด้านนายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
หากรัฐให้การส่งเสริมในการสร้างถนนเชื่อมต่อโครงข่ายดังกล่าว
จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี
และจังหวัดภาคใต้จะได้ใช้เส้นทางในการระบายผลผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี
สร้างระบบการหมุนเวียนสินค้าระหว่างประเทศ เช่นภาคกลางส่งผลไม้
ภาคอีสานส่งข้าวไปขายที่ภาคใต้ ภาคใต้ส่งผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่จีน
ส่งผลให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้
โดยที่รัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีรับจำนำหรือประกันราคาสินค้าทางการเกษตรอีกต่อ
ไป

ขณะที่นายชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างเส้นทางดังกล่าวหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ
ประเทศไทยจะมีตลาดส่งออกผลผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่มาก
ทั้งจีนและเวียดนาม
และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างภาคต่าง ๆ
เพื่อให้มีการหมุนเวียนซื้อหากันภายในประเทศได้อีกด้วย

อย่าง ไรก็ตามกรณีการแก้ปัญหาผลผลิตสินค้าทางการเกษตรล้นตลาดนั้น
นางอัญชลี ชี้แจงว่า เป็นความพยายามของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี
ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอด
นอกจากการรับจำนำ การประกันราคาสินค้าทางการเกษตรแล้ว
การหาตลาดเพื่อการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
และการสนับสนุนเรื่องการขนส่งเพื่อก่อให้เกิดความสะดวกอย่างครบวงจรก็เป็น
เรื่องที่ต้องนำเสนอประกอบการพิจารณาของรัฐบาลต่อไป

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"วีระชัย" ลุยมุกดาหารติดตามยุทธศาสตร์ขนส่งผ่านสะพานโขง 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


มุกดาหาร- รมต.วีระชัย ลงพื้นที่ จ. มุกดาหาร
ติดตามยุทธศาสตร์เร่งด่วนรองรับการนำเข้า-ส่งออก
ด่านมิตรภาพชายแดนไทย-ลาว บนเส้นทางหมายเลข 9

นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ติดตามยุทธศาสตร์เร่งด่วน
เพื่อรองรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ทางบก
ที่ด่านชายแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต
โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าด้านการเกษตรระหว่างไทยกับจีน

นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย
นาย ธีรภัทร สันติเมทนีดล ผู้ตรวจฯสำนักนายก พร้อมคณะ
ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและมุกดาหาร ระหว่างวันที่ 21-22 พฤษภาคม
2552 ตรวจสอบโครงการแทรกแซงมันสำปะหลัง
และประสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน
เพื่อสร้างพันธมิตรฯทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
รวมทั้งเพื่อขยายการค้า การลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่มาจังหวัดมุกดาหารครั้งนี้ (22 พ.ค.)
เพื่อศึกษาความพร้อมและความเป็นไปได้เกี่ยวกับการบูรณาการในการดำเนินงานของ
หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
ที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์เร่งด่วนของจังหวัดมุกดาหาร
ในการเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน
การเป็นศูนย์โลจิสติกส์ การพัฒนาให้เป็นเมืองคู่ค้ากับเมืองหนานหนิง
ประเทศจีน การพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
อีกทั้งทำให้การขนส่งทางบกบนเส้นทางหมายเลข 9 และ 1A
มีความคล่องตัวและเป็นสากลมากขึ้น

โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ และอาหารสด
ก่อให้เกิดการจ้างแรงงาน แก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ เชื่อว่า
การดำเนินการดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง หลังจากที่ไทยและจีน
ได้มีการลงนามฉบับย่อเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางบกผ่านด่านชายแดนสะพาน
มิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม นี้

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า
ภายหลังการลงนามแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-4 สัปดาห์
ในการเตรียมการ หลังจากนั้นก็สามารถดำเนินการด้านการขนส่งสินค้าทางบกตามเส้นทางหมายเลข
9 ได้ทันที

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

มุกดาหารซ้อมรับมือกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

มุกดาหาร-
จังหวัดมุกดาหารตื่นตัวพร้อมเตรียมตัวรับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่โดยมอบหมายให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้นทันทีเมื่อตรวจพบผู้
ติดเชื้อและไม่รู้สึกหนักใจในกรณีที่จังหวัดมุกดาหารมีชายแดนติดกับประเทศ
เพื่อนบ้าน

จังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อน
บ้านเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่
เพราะมีประชาชนเดินทางเข้าออกเป็นประจำจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้อง
มีมาตรการออกมาเตรียมพร้อมกับการเกิดโรคนี้ในจังหวัดมุกดาหาร

จึงได้จัดให้มีการประชุมซ้อมแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรับความระบาดของ
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขึ้นในวันนี้ (15 พ.ค.)
ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายสุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
เป็นประธานเปิดการประชุมซักซ้อมแผนดังกล่าว
เพื่อให้ผู้เข้าประชุมทุกท่านได้รับทราบสถานการณ์
มาตรการและแนวทางในการดำเนินงานเฝ้าระวัง

เพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกับทบทวนบทบาทหน้าที่
และรับทราบผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานในการเตรียมความพร้อมรับการระบาด
ของโรคโดยการซ้อมแผนบนโต๊ะในการรับการระบาดของโรคระยะที่ 5
ตามสถานการณ์สมมติ

ผู้เข้าร่วมประชุมซักซ้อมในครั้งนี้ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่
เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
สาธารณสุขอำเภอทุกแห่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วระดับจังหวัด อำเภอ
แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ด่านควบคุม
โรคระหว่างประเทศ รวม 120 คน

นายสุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดน
การเผ้าระวังโรคในทุกรูปแบบจึงมีความสำคัญยิ่ง
เจ้าหน้าที่ที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ต้องสามารถตรวจคัดกรอง
เผ้าระวังโรงอย่างเข้มแข็งในหมู่บ้าน

หากพบผู้สงสัยต้องรีบแจ้งเครือข่ายสอบสวนโรคทันที
สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ โดยเฉพาะโรงพยาบาลต้องมีความพร้อมในทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นห้องแยก อุปกรณ์ป้องกัน เวชภัณฑ์ยา บุคลากร
ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว
ซึ่งทุกคนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกวัน

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สสจ.มุกดาหารเตรียมรับมือไข้หวัด 2009 ชี้พื้นที่ติดชายแดนความเสี่ยงสูง

มุกดาหาร -
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารประชุมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง
เตรียมพร้อมรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และประชุม
war room โรคไข้เลือดออก เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดน
ซึ่งมีการเดินทางเข้า-ออกของผู้คนเป็นจำนวนมาก

นายแพทย์สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวว่า ปัจจุบันโรคติดต่อมีการระบาดเป็นวงกว้างและเป็นเวลานาน
การควบคุมโรคไม่ได้ผล ทำให้โอกาสในการแพร่กระจายของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะเกี่ยวกับการระบาดของโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งทำให้เกิดความกังวลไปทั่วโลก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
จึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการระบาดของโรค
ด้วยการจัดประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ทั้งทีมแพทย์ พยาบาล เครือข่าย อสม.
และผู้ปฏิบัติงานด่านควบคุมโรค
เพื่อให้สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชนได้อย่างถูกต้อง
โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหาร
ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
มีการเดินทางเข้า-ออก ของผู้คนเป็นจำนวนมาก
แม้จะยังไม่พบการระบาดในพื้นที่

แต่ ก็ได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งการเฝ้าระวัง สถานพยาบาล
เวชภัณฑ์ยา ทีมผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด
เป็นประจำทุกวัน

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า
นอกจากจะเตรียมพร้อมรับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้ว
ยังได้จัดประชุม war room โรคไข้เลือดออก ด้วย
เนื่องจากสถานการณ์ของโรคในจังหวัดมุกดาหาร ที่ผ่านมา ปี 2551
พบผู้ป่วยสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด คือ 161 ราย สำหรับปี 2552
ในเดือนมกราคม พบผู้ป่วยถึง 13 ราย ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐาน ของ 10
ปีที่ผ่านมา

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051158