วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชี้กว่า2ปีเปิดใช้สะพานโขง2ส่งออกนิ่งเหตุขาดสิ่งอำนวยสะดวก เอกชนเสนอสร้างถนนเชื่อมมุกดาหาร-แหลมฉบังเอื้อการขนส่ง

มุกดาหาร - รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีชี้กว่า 2 ปีเปิดใช้สะพานโขง 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต การส่งออกสินค้าเข้าเวียดนาม-ตอนใต้ของจีนไม่คืบ
เพราะขาดการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อหลังศูนย์ ONE STOP
SERVICEแล้วเสร็จการเชื่อมโยงเส้นทางส่งออก-ท่องเที่ยวสู่อินโดจีนฉลุย
ขณะที่ภาคเอกชนเสนอรัฐบาลลงทุนเชื่อมโครงข่ายถนนมุกดาหารทะลุแหลมฉบัง
หวังระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดภาคตะวันออก-ภาคใต้

เมื่อเร็วๆ นี้ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจราชการที่จังหวัดมุกดาหาร
และติดตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรมุกดาหารแห่งใหม่ โดยมีนายประเวช
สุขพอดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ
ภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
และบรรยายสรุปภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร
โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
มีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือสะพานการค้า การท่องเที่ยวสู่อินโดจีน

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
เส้นทางที่เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ EAST WEST
ECONOMIC CORRIDOR (EWEC) ถือเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมไปสู่ถนนหมายเลข
9 ในลาว ซึ่งเป็นแลนด์ลิงก์สำคัญของภูมิภาค
เชื่อมต่อไปยังเมืองเว้และดานัง ของเวียดนามได้สะดวก
อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางตอนเหนือของเวียดนามเพื่อเข้าสู่ทาง
ตอนใต้ของประเทศจีน คือมณฑลกวางสีไปยังเมืองหนานหนิง

เชื่อว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมการขนส่ง
สินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ที่มาจากภาคตะวันออก คือจังหวัดจันทบุรี
ตราด รวมไปถึงข้าว ยางพารา ลิ้นจี่และลำไย จากภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ไปยังลาว เวียดนาม
และจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก เพราะใช้เวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 36
ชั่วโมง หรือประมาณ 1,200 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ปัญหาที่พบขณะนี้คือการใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต แม้จะเปิดใช้มาได้กว่า 2 ปีแล้ว
แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ ณ
จุดเดียว หรือ ONE STOP SERVICE เช่น การตรวจสินค้า ด่านกักสัตว์
ด่านตรวจพืช การตรวจคนเข้าเมือง
ซึ่งยังเป็นปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกและการท่องเที่ยวตามเส้นทาง EWEC

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญและจะเร่งผลักดันให้มีการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่ง
ใหม่และศูนย์ราชการการค้าชายแดนให้บริการอยู่ ณ จุดเดียว
ที่จังหวัดมุกดาหาร อีกทั้งที่ผ่านมา
ภาคเอกชนมุกดาหารเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญจังหวัดมุกดาหาร
โดยต้องการเร่งผลักดันให้เป็นเมืองหน้าด่านในการส่งออกสินค้า
ด้วยการสร้างถนนเชื่อมต่อ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาค
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของไทยเป็นอย่างมาก

เอกชนเสนอเชื่อมถนนมุกดาหาร-แหลมฉบัง

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางตรวจราชการของ
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะครั้งนี้
ได้จัดให้มีการพบปะกับภาคเอกชนจังหวัดมุกดาหารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็น
ปัญหาต่างๆอีกด้วย
โดยภาคเอกชนได้เน้นย้ำในประเด็นการผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้า
ด่านด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ด้วยการก่อสร้างถนนเชื่อมโยง ระหว่าง
มุกดาหาร ยโสธร นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร แหลมฉบัง ระยะทางประมาณ 680
กิโลเมตร ซึ่งหากสามารถทำได้จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกสินค้าทางการเกษตรในอนาคตอย่าง
ยั่งยืน

ด้านนายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
หากรัฐให้การส่งเสริมในการสร้างถนนเชื่อมต่อโครงข่ายดังกล่าว
จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี
และจังหวัดภาคใต้จะได้ใช้เส้นทางในการระบายผลผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี
สร้างระบบการหมุนเวียนสินค้าระหว่างประเทศ เช่นภาคกลางส่งผลไม้
ภาคอีสานส่งข้าวไปขายที่ภาคใต้ ภาคใต้ส่งผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่จีน
ส่งผลให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้
โดยที่รัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีรับจำนำหรือประกันราคาสินค้าทางการเกษตรอีกต่อ
ไป

ขณะที่นายชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างเส้นทางดังกล่าวหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ
ประเทศไทยจะมีตลาดส่งออกผลผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่มาก
ทั้งจีนและเวียดนาม
และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างภาคต่าง ๆ
เพื่อให้มีการหมุนเวียนซื้อหากันภายในประเทศได้อีกด้วย

อย่าง ไรก็ตามกรณีการแก้ปัญหาผลผลิตสินค้าทางการเกษตรล้นตลาดนั้น
นางอัญชลี ชี้แจงว่า เป็นความพยายามของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี
ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอด
นอกจากการรับจำนำ การประกันราคาสินค้าทางการเกษตรแล้ว
การหาตลาดเพื่อการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
และการสนับสนุนเรื่องการขนส่งเพื่อก่อให้เกิดความสะดวกอย่างครบวงจรก็เป็น
เรื่องที่ต้องนำเสนอประกอบการพิจารณาของรัฐบาลต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น