วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ติวเข้ม อสม.33 ชุมชนมุกดาหารสกัดหวัด 2009 ระบาด

มุกดาหาร - เทศบาลเมืองมุกดาหาร ผนึกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
วางมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในพื้นที่
จัดติวเข้มเจ้าหน้าที่อสม.ของเทศบาล ทั้ง 33 ชุมชน รณรงค์ป้องกัน
ล่าสุดในพื้นที่จ.มุกดาหารยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

วันนี้ (23 มิ.ย.) ที่บริเวณศาลาเรารักมุกดาหาร ตลาดอินโดจีน
อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์
นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า เทศบาลเมืองมุกดาหารได้ ร่วมกับ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติการรณรงค์ไข้หวัดใหญ่ 2009
ให้กับ อสม.ในเขตเทศบาลทั้ง 33 ชุมชน ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร
โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความรู้แก่ อสม.ที่เข้าร่วมอบรม
การป้องกันรณรงค์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

โดยให้ความรู้ในการทำความสะอาดในบริเวณตลาด หรือ ถนน, ฟุตปาท,
วัด, โรงเรียน, สวนสาธารณะ, สถานที่ราชการ, ชุมชนต่างๆ
เพื่อเป็นการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
รวมทั้งดำเนินการในการทำความสะอาดริมแม่น้ำ ลำคลอง
ทางระบายน้ำสาธารณะต่างๆ และเก็บเศษไม้ เศษขยะ
หรือสิ่งของที่ทำให้เกิดการกีดขวางการไหลของน้ำ
เพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมือง
การรณรงค์ทำความสะอาดเบื้องต้นทางเทศบาลเมืองมุกดาหาร
ทำการขัดพื้นให้สะอาดก่อนลงน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในบริเวณตลาด

ทั้งนี้ การรณรงค์ในการทำความสะอาดป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ได้รับความร่วมมือจาก อสม.ทั้ง 33
ชุมชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมเข้าอบรม จำนวน 200 คน
ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสถานที่ต่างๆ
มีความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงาม ถูกสุขอนามัย ในขณะที่จังหวัดมุกดาหาร
ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดมุกดาหาร
แต่อย่างใด

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

จ.มุกดาหาร ติวเข้ม อสม. รณรงค์ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
เทศบาล เมืองมุกดาหาร ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ให้ความรู้ อสม. ทั้ง 33 ชุมชน ในเขตเทศบาล
รณรงค์ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นายสัมฤทธิ์ โภคสวัสดิ์
นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า เทศบาลเมืองมุกดาหาร
โดยความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
ปฏิบัติการรณรงค์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้กับ อสม.
ในเขตเทศบาลทั้ง 33 ชุมชน จำนวน 200 คน
ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความรู้แก่ อสม.
ในการป้องกันรณรงค์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ทั้งการทำความสะอาดในบริเวณตลาด ถนน ทางเท้า วัด โรงเรียน สวนสาธารณะ
สถานที่ราชการ ตลอดจนชุมชนต่างๆ เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 รวมทั้งดำเนินการในการทำความสะอาดริมแม่น้ำ ลำคลอง
ทางระบายน้ำสาธารณะ และเก็บเศษไม้
เศษขยะหรือสิ่งของที่เป็นการกีดขวางการไหลของน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขต
เทศบาลเมือง นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า
โครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน
ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสถานที่ต่างๆ
มีความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม ถูกสุขอนามัย ทั้งนี้
ในจังหวัดมุกดาหาร ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แต่อย่างใด

สาธารณสุขและโรงพยาบาลมุกดาหาร มุ่งสู่โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับทอง

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ประชาทรรศน์
นพ. สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายดูแลเด็กปฐมวัย อายุ 0-5 ปี
ให้มีพัฒนาการสมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ซึ่งผลการดำเนินงาน จ.มุกดาหาร
ปี 2551 พบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ 99.2
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารได้เน้นให้โรงพยาบาลทุกแห่งผ่านเกณฑ์
มาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัย
วางรากฐานพัฒนาสมองและการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิด
โดยเชื่อว่าลูกเป็นสุดยอดความรัก ความห่วงใย สายใยรักแห่งครอบครัว
ซึ่งพ่อแม่ทุกคนหวังให้ลูกเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข
โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวมุ่งหวังให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูให้มีพัฒนาการ
สมวัย ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
ปัจจุบันพัฒนาการของเด็กไทยโดยเฉพาะความฉลาดทางสติปัญญา(IQ)
มีแนวโน้มลดลง ที่ส่งผลต่อสติปัญญาเด็กได้แก่ภาวะขาดสารอาหาร เช่น
ขาดธาตุไอโดดีน โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของหญิงตั้งครรภ์
การขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม
โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมและการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข
ด้วยการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรผู้ให้บริการ
พัฒนาคุณภาพระบบบริการให้ได้มาตรฐาน นพ.สุธีพิสิฐพยัต
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เปิดเผยว่า
หลังจากที่โรงพยาบาลมุกดาหารได้ผ่านการประเมินคุณภาพมาตรฐานงานอนามัยแม่และ
เด็กระดับเงินแล้วโรงพยาบาลมุกดาหารได้พัฒนาระบบส่วนที่ขาดและมีการเชื่อม
โยงโครงการสู่ชุมชน โดยให้ชุมชนมีชมรมอาสาสมัครนมแม่
ซึ่งสนับสนุนให้หญิงหลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จครบ 6 เดือน
โครงการนี้ได้บูรณาการและส่งเสริมความเข้มแข็งระบบบริการอนามัยแม่และเด็กใน
สถานบริการ ครอบครัวและชุมชน
และมีการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้ให้บริการโดยจัดอบรมเพิ่มพูนทักษะทางด้าน
อนามัยแม่และเด็กแก่เจ้าหน้าที่งานห้องคลอด งานฝากครรภ์ งานที่เกี่ยวข้อง
เช่นการช่วยฟื้นคืนชีพมารดาและทารก
จัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดและพัฒนาระบบเฝ้าระวัง
และเครื่องมือในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการคลอดก่อนกำหนดสู่การ
ปฏิบัติในสถานีอนามัยและโรงพยาบาลทุกแห่ง นพ.สุธี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า
การพัฒนาคุณภาพบริการตามเกณฑ์โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวส่งผลให้ผู้มา
รับบริการ ได้รับบริการที่ดีมีมาตรฐานอันส่งผลให้แม่-ลูกเกิดรอดปลอดภัยจากการตั้ง
ครรภ์ และการคลอดลูกได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตและมีการพัฒนาสมวัยมากที่สุด
Add starShareShare with noteEmail

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มุกดาหารซ้อมแผนรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2552 00:15 น.
มุกดาหาร-สาธารณ สุขมุกดาหารซ้อมแผนรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่
แบบปฏิบัติการจริง มุ่งสร้างมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค
สอบสวนโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วย
และประชาชนเกิดความมั่นใจ

วันที่ 19 มิ.ย.นายสุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า การระบาดของโรคไข้หวัด
ใหญ่สายพันธุใหม่ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น1) ในทุกทวีปรวมทั้งประเทศไทย
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศระบาดของโรคเป็นการระบาดระยะที่ 6
ซึ่งเป็นการระบาดระดับสูงสุด ในวันที่ 19 มิถุนายน 2552
พบผู้ป่วยทั่วโลกแล้ว 40,826 ราย ใน 76 ประเทศ ประเทศที่พบล่าสุด
คือประเทศลาว และแอฟริกาใต้ ประเทศละ 1 ราย

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12
มิถุนายน 2552 จนถึง วันที่ 18 มิถุนายน 2552 พบผู้ป่วยรวม 518 ใน 18
จังหวัด ส่วนใหญ่พบการระบาดในโรงเรียน และมหาวิทยาลัย จำนวน 73 โรงเรียน
มหาวิทยาลัย 9 แห่ง ส่วนในจังหวัดมุกดาหาร
ยังไม่พบผู้ป่วยหรือผู้สงสัยแต่อย่างไร

นายสุใหญ่ กล่าวต่อว่า จังหวัดมุกดาหาร
ได้มีการเตรียมความพร้อมรับการระบาดของโรคทั้งโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิดเอ (เอช1 เอ็น 1) และโรคไข้หวัดนก
ทั้งในระดับจังหวัดและระหว่างประเทศ
มีการซ้อมแผนเตรียมความพร้อมรับการระบาดของโรคทั้งในระดับโรงพยาบาล
และระหว่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง
เตรียมความพร้อมบุคลากรด้วนการดูแลรักษา เตรียมสถานที่ห้องแยก
วัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ยา การเฝ้าระวังโรค ให้ความรู้กลุ่ม อสม. ประชาชน
มาอย่างต่อเนื่อง

มีทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อให้การเตรียมคตวามพร้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มีการฝึกปฏิบัติการจริง ซักซ้อมความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติในแต่ละระดับ
ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย โรงพยาบาลมุกดาหาร
ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมุกดาหาร และโรงพยาบาลทุกแห่ง
ซึ่งเป็นการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชน และด่านควบคุมโรคฯ
เพื่อรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

การซ้อมแผนครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหัวหน้าส่วน
ราชการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แพทย์ พยาบาล
ทีมสอบสวนโรคและผู้เกี่ยวข้อง เป็นอย่างดี หลังการฝึกซ้อมครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับสามารถปฏิบัติงานในการป้องกัน ควบคุมโรค
สอบสวนโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วย
และประชาชนเกิดความมั่นใจ

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เปิดแล้วเส้นทางขนส่งสินค้าไทย-ลาว-เวียดนามมั่นใจแก้ผลไม้ไทยล้นตลาดมุ่งระบายตลาดจีน

มุกดาหาร-เจ้ากระทรวงคมนาคมไทยย้ำ ไทย-ลาว-เวียดนาม
จะได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างมากหลังเปิดใช้เส้นทางรถบรรทุกเพื่อขนส่ง
สินค้าผ่านแดนระหว่างประเทศ
ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าทั้งลดต้นทุนขนส่งและประหยัดเวลา
ขณะที่ภาคเอกชนมั่นใจผลไม้ไทยระบายเข้าตลาดจีนได้ง่าย
แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด

วันนี้ (11 มิ.ย.) ที่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร
สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2-สะหวันนะเขต คณะผู้แทนไทยและจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศ ไทย-ลาว-เวียดนาม
โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย
โดยในเวลาและวันเดียวกันนี้ได้มี พิธีเปิดพร้อมกันอีก 2จุด คือ
ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว และด่านพรมแดนลาวบาว
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า
การเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คือไทย
ลาว เวียดนาม กัมพูชาและพม่า ได้บรรลุข้อตกลงที่ว่าด้วยการอำนวยความสะดวก
ในการขนส่งสินค้า ใน 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
ซึ่งถือเป็นการนำร่องที่ทั้ง 3
ประเทศจะได้รับประโยชน์ในการขนส่งสินค้าผ่านแดน โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนรถ
ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก

"การเปิดเดินรถในครั้งนี้
จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าไทย ไปยังเวียดนาม
โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง
และจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิจภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต"

ขณะที่ นายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งได้มีการเปิดใช้เส้นทางระหว่างกันแล้ว
รถบรรทุกที่จะขนส่งสินค้าผ่านแดน จะต้องแสดงรายการสินค้า
แสดงรายการตู้คอนเทนเนอร์ และแสดงเอกสารค้ำประกันรถให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางรถบรรทุกระหว่างประเทศ
ไทย-ลาว-เวียดนามตามเส้นทางดังกล่าว ทั้ง 3
ฝ่ายเห็นชอบให้มีการเดินรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเทศละ 400 คัน
โดยจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการจัดสรรจำนวน 9 คัน โดยผู้ได้รับสัมปทานคือ
บริษัทบุญรักษาขนส่ง

การเปิดใช้เส้นทางนี้ นายอาชว์กล่าวว่า จะได้ผลประโยชน์ในหลายทาง
ทั้ง สินค้าทางเกษตร และสินค้าที่ไทยจะส่งไปประเทศจีน -เวียดนาม
และเปิดเส้นทางรถประจำทางระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการเปิดเส้นทางขนส่ง
ซึ่งเป็นผลประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดมุกดาหารอย่างเดียว
และจะได้รับผลประโยชน์ทั่วทั้งภาคอีสานและภาคตะวันออก
ที่มีสินค้าผลไม้ก็จะได้ส่งสินค้าผ่านเส้นทางนี้ได้
เกษตรกรที่เป็นชาวสวนจะมีผลประโยชน์มากในเส้นทางนี้ที่จะขนถ่ายสินค้าไป
ประเทศจีน...

สำหรับเส้นทางเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว
และเวียดนาม เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ที่
ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
ตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EAST- WEST ECONOMIC CORRIDOR)

ดังนั้น จึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก
ในการขนส่งสินค้า ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
และจุดผ่านแดนสะหวัน-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550
และกำหนดให้มีพิธีเปิดใช้เส้นทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11
มิถุนายน 2552 ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันวันเดียว ทั้ง 3 จุด

ชี้กว่า2ปีเปิดใช้สะพานโขง2ส่งออกยังนิ่งเอกชนเสนอผุดถนนเชื่อมมุกดาหาร-แหลมฉบังเอื้อขนส่ง

มุกดาหาร - รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีชี้กว่า 2 ปีเปิดใช้สะพานโขง 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต การส่งออกสินค้าเข้าเวียดนาม-ตอนใต้ของจีนไม่คืบ
เพราะขาดการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อหลังศูนย์ ONE STOP
SERVICEแล้วเสร็จการเชื่อมโยงเส้นทางส่งออก-ท่องเที่ยวสู่อินโดจีนฉลุย
ขณะที่ภาคเอกชนเสนอรัฐบาลลงทุนเชื่อมโครงข่ายถนนมุกดาหารทะลุแหลมฉบัง
หวังระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดภาคตะวันออก-ภาคใต้

เมื่อเร็วๆ นี้ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจราชการที่จังหวัดมุกดาหาร
และติดตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรมุกดาหารแห่งใหม่ โดยมีนายประเวช
สุขพอดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ
ภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
และบรรยายสรุปภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร
โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
มีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือสะพานการค้า การท่องเที่ยวสู่อินโดจีน

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
เส้นทางที่เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ EAST WEST
ECONOMIC CORRIDOR (EWEC) ถือเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมไปสู่ถนนหมายเลข
9 ในลาว ซึ่งเป็นแลนด์ลิงก์สำคัญของภูมิภาค
เชื่อมต่อไปยังเมืองเว้และดานัง ของเวียดนามได้สะดวก
อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางตอนเหนือของเวียดนามเพื่อเข้าสู่ทาง
ตอนใต้ของประเทศจีน คือมณฑลกวางสีไปยังเมืองหนานหนิง

เชื่อว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมการขนส่ง
สินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ที่มาจากภาคตะวันออก คือจังหวัดจันทบุรี
ตราด รวมไปถึงข้าว ยางพารา ลิ้นจี่และลำไย จากภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ไปยังลาว เวียดนาม
และจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก เพราะใช้เวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 36
ชั่วโมง หรือประมาณ 1,200 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ปัญหาที่พบขณะนี้คือการใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต แม้จะเปิดใช้มาได้กว่า 2 ปีแล้ว
แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ ณ
จุดเดียว หรือ ONE STOP SERVICE เช่น การตรวจสินค้า ด่านกักสัตว์
ด่านตรวจพืช การตรวจคนเข้าเมือง
ซึ่งยังเป็นปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกและการท่องเที่ยวตามเส้นทาง EWEC

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญและจะเร่งผลักดันให้มีการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่ง
ใหม่และศูนย์ราชการการค้าชายแดนให้บริการอยู่ ณ จุดเดียว
ที่จังหวัดมุกดาหาร อีกทั้งที่ผ่านมา
ภาคเอกชนมุกดาหารเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญจังหวัดมุกดาหาร
โดยต้องการเร่งผลักดันให้เป็นเมืองหน้าด่านในการส่งออกสินค้า
ด้วยการสร้างถนนเชื่อมต่อ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาค
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของไทยเป็นอย่างมาก

เอกชนเสนอเชื่อมถนนมุกดาหาร-แหลมฉบัง

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางตรวจราชการของ
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะครั้งนี้
ได้จัดให้มีการพบปะกับภาคเอกชนจังหวัดมุกดาหารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็น
ปัญหาต่างๆอีกด้วย
โดยภาคเอกชนได้เน้นย้ำในประเด็นการผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้า
ด่านด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ด้วยการก่อสร้างถนนเชื่อมโยง ระหว่าง
มุกดาหาร ยโสธร นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร แหลมฉบัง ระยะทางประมาณ 680
กิโลเมตร ซึ่งหากสามารถทำได้จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกสินค้าทางการเกษตรในอนาคตอย่าง
ยั่งยืน

ด้านนายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
หากรัฐให้การส่งเสริมในการสร้างถนนเชื่อมต่อโครงข่ายดังกล่าว
จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี
และจังหวัดภาคใต้จะได้ใช้เส้นทางในการระบายผลผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี
สร้างระบบการหมุนเวียนสินค้าระหว่างประเทศ เช่นภาคกลางส่งผลไม้
ภาคอีสานส่งข้าวไปขายที่ภาคใต้ ภาคใต้ส่งผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่จีน
ส่งผลให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้
โดยที่รัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีรับจำนำหรือประกันราคาสินค้าทางการเกษตรอีกต่อ
ไป

ขณะที่นายชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างเส้นทางดังกล่าวหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ
ประเทศไทยจะมีตลาดส่งออกผลผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่มาก
ทั้งจีนและเวียดนาม
และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างภาคต่าง ๆ
เพื่อให้มีการหมุนเวียนซื้อหากันภายในประเทศได้อีกด้วย

อย่าง ไรก็ตามกรณีการแก้ปัญหาผลผลิตสินค้าทางการเกษตรล้นตลาดนั้น
นางอัญชลี ชี้แจงว่า เป็นความพยายามของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี
ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอด
นอกจากการรับจำนำ การประกันราคาสินค้าทางการเกษตรแล้ว
การหาตลาดเพื่อการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
และการสนับสนุนเรื่องการขนส่งเพื่อก่อให้เกิดความสะดวกอย่างครบวงจรก็เป็น
เรื่องที่ต้องนำเสนอประกอบการพิจารณาของรัฐบาลต่อไป

ไทย - ลาว - เวียดนาม เปิดเดินรถขนส่ง สู่เส้นทางระเบียงศก.ตะวันออก - ตะวันตก

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน


มุกดาหาร -คณะผู้แทนไทย ร่วมเปิดการเดินรถบรรทุก ไทย-ลาว-เวียดนาม
เริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ
จุดผ่านแดน มุกดาหาร-สะหวันนะเขต และจุดผ่านแดน สะหวันนะเขต-ลาวบาว
โดยกำหนดพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่าง ไทย-ลาว-เวียดนาม พร้อมกันทั้ง 3
ประเทศ

รายงานข่าวแจ้งว่าในวันนี้(11 มิ.ย.) เวลา 09.00
น.คณะผู้แทนไทยและจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศ ไทย-ลาว-เวียดนาม
โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย
โดยได้มีการกำหนดขั้นตอน กิจกรรม ตลอดจนพิธีการต่าง ๆ ในพิธี เปิด
ซึ่งกำหนดในวันเดียวกัน ทั้ง 3 จุด คือที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร
สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และด่านพรมแดนลาวบาว
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยจะมีพิธีเปิดหลัก อยู่ ณ
ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้ง 3
ประเทศ ร่วมพิธีเปิด

นางพนอม พวงสมบัติ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
การเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB
ที่ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้น
จึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก
ในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550

นายไพศาล ชื่นจิต นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า
สำหรับพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ ที่มีขึ้นในวันที่ 11
มิถุนายน 2552 ณ ด่านพรมแดนจังหวัดมุกดาหาร นั้น ในพิธีการ
รถบรรทุกของประเทศไทย จะเดินทางไปยังแขวงสะหวันนะเขต
ขณะเดียวกันประเทศไทยจะรอรับรถบรรทุกจากประเทศเวียดนามและสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า
การเปิดเดินรถขนส่ง ระหว่าง ไทย - ลาว - เวียดนาม
ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจ ตะวันออก - ตะวันตก
ทั้งสามฝ่ายเห็นชอบให้มีการเดินรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเทศ ละ400 คัน
ซึ่งการเปิดเดินรถในครั้งนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าไทย
ไปยังเวียดนาม โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง
และจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิจภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (
GREATER MEKONG SUBREGION: GMS ) ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไทย-ลาว-เวียดนาม เปิดเดินรถขนส่งสู่เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก

มุกดาหาร-คณะผู้แทนไทย ร่วมเปิดการเดินรถบรรทุก ไทย-ลาว-เวียดนาม
เริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ
จุดผ่านแดน มุกดาหาร-สะหวันนะเขต และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว
โดยกำหนดพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม พร้อมกันทั้ง 3
ประเทศ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.) เวลา 09.00 น.
คณะผู้แทนไทยและจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่างประเทศไทย-ลาว-เวียดนาม โดยมี
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย
โดยได้มีการกำหนดขั้นตอน กิจกรรม ตลอดจนพิธีการต่างๆ ในพิธีเปิด
ซึ่งกำหนดในวันเดียวกัน ทั้ง 3 จุด คือที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร
สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และด่านพรมแดนลาวบาว
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยจะมีพิธีเปิดหลักอยู่ ณ
ด่านพรมแดนสะหวันนะเขต ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของทั้ง 3
ประเทศร่วมพิธีเปิด

นางพนอม พวงสมบัติ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
การเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
เกิดขึ้นโดยการผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB
ที่ต้องการให้มีการขนส่งข้ามพรมแดนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
ดังนั้นจึงได้มีการลงนามความเข้าใจในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการอำนวย
ความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต
และจุดผ่านแดนสะหวันนะเขต-ลาวบาว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา

ด้าน นายไพศาล ชื่นจิต นายด่านศุลกากรมุกดาหารกล่าวว่า
สำหรับพิธีเปิดการเดินรถบรรทุกระหว่าง 3 ประเทศ ที่มีขึ้นในวันที่ 11
มิถุนายน 2552 ณ ด่านพรมแดนจังหวัดมุกดาหาร นั้น ในพิธีการ
รถบรรทุกของประเทศไทย จะเดินทางไปยังแขวงสะหวันนะเขต
ขณะเดียวกันประเทศไทยจะรอรับรถบรรทุก
จากประเทศเวียดนามและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า
การเปิดเดินรถขนส่ง ระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม
ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจ ตะวันออก- ตะวันตก
ทั้งสามฝ่ายเห็นชอบให้มีการเดินรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเทศละ 400 คัน

การเปิดเดินรถในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าไทยไป
ยังเวียดนาม โดยไม่ต้องมีการขนถ่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง
และจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิจภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
(GREATER MEKONG SUbREGION : GMS) ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต

ชี้กว่า2ปีเปิดใช้สะพานโขง2ส่งออกนิ่งเหตุขาดสิ่งอำนวยสะดวก เอกชนเสนอสร้างถนนเชื่อมมุกดาหาร-แหลมฉบังเอื้อการขนส่ง

มุกดาหาร - รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีชี้กว่า 2 ปีเปิดใช้สะพานโขง 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต การส่งออกสินค้าเข้าเวียดนาม-ตอนใต้ของจีนไม่คืบ
เพราะขาดการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อหลังศูนย์ ONE STOP
SERVICEแล้วเสร็จการเชื่อมโยงเส้นทางส่งออก-ท่องเที่ยวสู่อินโดจีนฉลุย
ขณะที่ภาคเอกชนเสนอรัฐบาลลงทุนเชื่อมโครงข่ายถนนมุกดาหารทะลุแหลมฉบัง
หวังระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดภาคตะวันออก-ภาคใต้

เมื่อเร็วๆ นี้ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจราชการที่จังหวัดมุกดาหาร
และติดตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรมุกดาหารแห่งใหม่ โดยมีนายประเวช
สุขพอดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ
ภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
และบรรยายสรุปภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร
โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
มีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือสะพานการค้า การท่องเที่ยวสู่อินโดจีน

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
เส้นทางที่เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ EAST WEST
ECONOMIC CORRIDOR (EWEC) ถือเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมไปสู่ถนนหมายเลข
9 ในลาว ซึ่งเป็นแลนด์ลิงก์สำคัญของภูมิภาค
เชื่อมต่อไปยังเมืองเว้และดานัง ของเวียดนามได้สะดวก
อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางตอนเหนือของเวียดนามเพื่อเข้าสู่ทาง
ตอนใต้ของประเทศจีน คือมณฑลกวางสีไปยังเมืองหนานหนิง

เชื่อว่าเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการเชื่อมการขนส่ง
สินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย ที่มาจากภาคตะวันออก คือจังหวัดจันทบุรี
ตราด รวมไปถึงข้าว ยางพารา ลิ้นจี่และลำไย จากภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ไปยังลาว เวียดนาม
และจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก เพราะใช้เวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 36
ชั่วโมง หรือประมาณ 1,200 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ปัญหาที่พบขณะนี้คือการใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต แม้จะเปิดใช้มาได้กว่า 2 ปีแล้ว
แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในลักษณะของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ ณ
จุดเดียว หรือ ONE STOP SERVICE เช่น การตรวจสินค้า ด่านกักสัตว์
ด่านตรวจพืช การตรวจคนเข้าเมือง
ซึ่งยังเป็นปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกและการท่องเที่ยวตามเส้นทาง EWEC

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญและจะเร่งผลักดันให้มีการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่ง
ใหม่และศูนย์ราชการการค้าชายแดนให้บริการอยู่ ณ จุดเดียว
ที่จังหวัดมุกดาหาร อีกทั้งที่ผ่านมา
ภาคเอกชนมุกดาหารเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญจังหวัดมุกดาหาร
โดยต้องการเร่งผลักดันให้เป็นเมืองหน้าด่านในการส่งออกสินค้า
ด้วยการสร้างถนนเชื่อมต่อ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาค
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของไทยเป็นอย่างมาก

เอกชนเสนอเชื่อมถนนมุกดาหาร-แหลมฉบัง

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางตรวจราชการของ
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะครั้งนี้
ได้จัดให้มีการพบปะกับภาคเอกชนจังหวัดมุกดาหารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็น
ปัญหาต่างๆอีกด้วย
โดยภาคเอกชนได้เน้นย้ำในประเด็นการผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้า
ด่านด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ด้วยการก่อสร้างถนนเชื่อมโยง ระหว่าง
มุกดาหาร ยโสธร นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร แหลมฉบัง ระยะทางประมาณ 680
กิโลเมตร ซึ่งหากสามารถทำได้จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกสินค้าทางการเกษตรในอนาคตอย่าง
ยั่งยืน

ด้านนายอาชว์ ตั้งประกิจ
ประธานชมรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า
หากรัฐให้การส่งเสริมในการสร้างถนนเชื่อมต่อโครงข่ายดังกล่าว
จะเป็นประโยชน์ในการส่งออกผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี ระยอง ปราจีนบุรี
และจังหวัดภาคใต้จะได้ใช้เส้นทางในการระบายผลผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี
สร้างระบบการหมุนเวียนสินค้าระหว่างประเทศ เช่นภาคกลางส่งผลไม้
ภาคอีสานส่งข้าวไปขายที่ภาคใต้ ภาคใต้ส่งผลผลิตทางการเกษตรไปขายที่จีน
ส่งผลให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้
โดยที่รัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีรับจำนำหรือประกันราคาสินค้าทางการเกษตรอีกต่อ
ไป

ขณะที่นายชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างเส้นทางดังกล่าวหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ
ประเทศไทยจะมีตลาดส่งออกผลผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่มาก
ทั้งจีนและเวียดนาม
และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างภาคต่าง ๆ
เพื่อให้มีการหมุนเวียนซื้อหากันภายในประเทศได้อีกด้วย

อย่าง ไรก็ตามกรณีการแก้ปัญหาผลผลิตสินค้าทางการเกษตรล้นตลาดนั้น
นางอัญชลี ชี้แจงว่า เป็นความพยายามของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี
ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอด
นอกจากการรับจำนำ การประกันราคาสินค้าทางการเกษตรแล้ว
การหาตลาดเพื่อการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
และการสนับสนุนเรื่องการขนส่งเพื่อก่อให้เกิดความสะดวกอย่างครบวงจรก็เป็น
เรื่องที่ต้องนำเสนอประกอบการพิจารณาของรัฐบาลต่อไป